Hello Stranger
posted on 18 Sep 2010 23:43 by tanthep in Interest
เอาล่ะๆหลังจากเพิ่งนึกได้ว่าตูมีบล๊อคเป็นของตัวเองด้วย ก็เลยอยากจะอัพมันสักเอนทรี่นึงก็ยังดี(นะ)
สำหรับหัวข้อในวันนี้(ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้) ก็คือออออออออ!!!!!!!!!! แตนแต่แดแดนแตนแต่นแตนแต่นเเต๊
เอาเหอะๆบอกหรือไม่บอกคนอ่านเขาก็พอจะรู้ละ =w= อ่านะกลับเข้าฝั่งๆดีกว่า ก็อ่านะครับก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณค่ายจีทีเอชเลยนะครับ ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบนี้ให้ติดตรึงตราคนไทยอย่างเราๆ \\^0^//
(กูคนเดียวป่าวว้า).........( _ _)"""
..............................................................................เอาเต๊อะๆยอกันได้ที่แล้วก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ
ก็ในท้องเรื่องก็กล่าวไว้ประมาณว่า...สองเผ่าพันธ์ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ต้องมารบกันในต่างดินแดน เผ่าพันธ์ไหนจะอยู่รอดต่อไป เอ้ะ นั่นมัน AVP = =+ เห้อเล่นอย่างงี้ต่อไปมีหวังเขียนกันไปถึงชาติหน้า
อะๆก็คอนเซปของเรื่องแล้วเนี่ยถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว พล๊อตเรื่องก็ลงตัว อะไรๆก็ดีไปโม๊ด ( + +)+ เอา
เถอะๆอวยจนเกินหน้าเกินตาเดี๋ยวจะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง ก็แค่คนสองคน ต่างคนก็ต่างเป็นคนแปลกหน้า
แต่ทำม้ายทำไม มีเหตุผลอะไรถึงได้มาเที่ยวด้วยกันในดินแดนที่เเสนจะโรแมนติก(มั้ง) ผมว่าข้อนี้คนเขียนบทก็ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวในหนังเลยก็ว่าได้นะครับ (วิเคราะห์สิครับวิเคราะห์) การดำเนินเรื่องก็ลื่นไหลแบบชนิดที่ว่าล้มหัวทิ่มซะขนาดนี้ ใส่มุขกวนๆ(ทีน) ลงไป(เอ๊ะ เสี่ยเต๋อใส่ตัวเองเยอะไปป่าวนิ555)
"เราไม่ต้องรู้จักกันดีกว่า"
อ้าวทำไมอะ
"เพราะถ้าเรารู้จักกัน ชั้นก็ต้องมานั่งแคร์คุณ คุณก็ต้องมานั่งแคร์ชั้น จะพูดอะไรตรงๆก็ไม่ได้"
ไอ้ตรงนี้แหละครับ ประโยคสนทนาไม่กี่ประโยคนี่แหละ ผมว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ในหัวของคนไทยหลายๆคนก็ว่าได้ ลองคิดตามเล่นๆนะครับ ถ้าเราสามารถเปิดใจคุยกับคนอื่นได้เนี่ย
ประเทศเราจะเป็นยังไง อ้าาาา มันก็แปลกๆอยู่เหมือนกันนะครับถ้าเราจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
อาจจะเจอกันบนรถไฟฟ้า เจอกันที่สยามหรืออุ๊แลนด์ ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าเราได้เพื่อนเพิ่มขึ้นวันละหนึ่งคน
แล้ววันต่อๆไปอาจจะสักเดือนสองเดือน คุณอาจจะต้องไปดึงหน้าเลยก็ว่าได้ เฮฮาได้ทุกที่ เจอใครก็ทักทายได้ ยิ้มให้กันได้เสมอ(ก็แหม ยิ้มแม่มทั้งวัน ไม่ใช่แอร์นะเว้ย) แหะๆ ผมล่ะอยากเห็นชีวิตคนไทยเป็นแบบนี้จริงๆ
เอาล่ะมาต่อที่ตัวหนัง หลายๆคนอาจคิดว่า เห้ยมันจริงเหรอวะ เจอกันแปปเดียวเที่ยวด้วยกัน ไปด้วยกัน
แล้วก็รักกัน ในมุมมองของบางท่านเนี่ยอาจเห็นไปว่ามันคงจะเกินจริง โอเวอร์บ้างอะไรบ้าง แต่สำหรับคนบางคน นี่แหละคือชีวิตจริงไม่อิงดราม่าของเค้าเลยก็ว่าได้ อ่าๆจะมาหาว่าผมซุยบ้างโม้บ้าง ก็อ่านะครับ ผมก็ไม่ได้รู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวกับเค้าคนนั้นหรอก แต่ผมรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเค้าบ้าง และเค้าคนนั้นชื่อ
คุณก้องทรงกรด บางยี่ขันนั่นเองนะฮ๊าร์ฟ

หลายๆท่านที่ยังไม่ทราบนะครับ นี่ก็คือต้นกำเนิดครับ ต้นกำเนิดของหนังเรื่องนี้
เป็นทั้งแรงบรรดารใจให้ผู้กำกับที่น่ารักของเราได้สรรค์สร้างสิ่งดีๆไว้ให้เราได้ดูกัน ขอบคุณสักพันครั้งครับ
ซึ่งผมก็จะขอเล่าเรื่องราวคร่าวๆของทั้งสองเรื่องนี้ไว้ทีเดียวเลยก็คือ ชายหญิงที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใครอะไรยังไง แต่ทั้งคู่มาพบกันในต่างแดน(อุ๊แลนด์ดินแดนโรแมนติก เอ้ะไม่ใช่ 555) และทั้งสองคนก็ได้เดินทางร่วมกัน เที่ยวด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน เหมือนเพื่อนที่สนิทกันมากว่าสิบปี ฟีลมันคงจะเป็นแบบว่าโรแมนส์เอาซะมากๆเลย จุดต่างที่สำคัญเลยก็คือ ในกวน มึน โฮ นั้น ท่านจะได้พบกับความฮาแบบ non-stop มากกว่าบรรยากาศความโรแมนติกในเวอร์ชั่นคุณก้อง ซึ่งผมก็ถือว่านั่นเป็นข้อดีนะครับ คล้ายกับตอนนึงในหนังสือที่กล่าวถึง การบรรยายเหตุการณ์ๆเดียวกันผ่านทางมุมมองที่ต่างกัน ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่เวิร์คมากๆครับ (ยังแอบหวังสองเงาในเวอร์ชั่นคุณพิณ นะครับเนี่ย^^) และตอนท้ายของเรื่องกวนก็ได้นำพาเอา
ความโรแมนติก ความซาบซึ้งออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เป็ยอะไรที่ผมประทับใจมากๆครับ(หนูนาแสดงดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

ครับปลื้มครับไม่บอกก็น่าจะรู้ หุหุ (อย่างอนนะตัวเค้าก็อยากปลื้มบ้างอะไรบ้าง)\\>0<//
ก็อย่างว่าแหละของเค้าีดีจริงๆ ร้องเพลงก็เพราะ(เอาซะมากๆ) แสดงก็ยอดเยี่ยมถ่ายทอดอารมย์ได้จนถึงจุด......
เอาเป็นว่าปลื้มครับปลื้ม แหะๆ (เว้นซะแต่ หนวด หูกาง นมแบน ตัวหนา ขาสั้น ตูดใหญ่ ศอกดำ เข่าด้าน หน้าบานอย่างกับลิง) แซวเล่นๆอย่าโกรธกันนะฮาร์ฟ
ผกก
ก็อย่างที่เสี่ยโต้งได้พูดเอาไว้ว่า มุกที่หนังเรื่องนี้ได้วางเอาไว้ให้ตัวเรื่องได้ดำเนินนั้น ก็มิได้ปล่อยให้คนขำเฉยๆ แต่ในตอนท้ายเสี่ยแกก็เอามุขทุกมุขที่ปล่อยมาทำความฮาในตอนแรก เอามาเก็บเป็นความซึ้งได้ในตอนท้าย ผมว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากครับ ^^b (สปอนเซอร์นี่เนียนได้อีก เนียนขั้นฝังมุขกันเลยทีเดียว 555)
เอ่อที่กล่าวมาทั้งหมดเนี่ยผมแค่อยากจะตอบคำถามที่ว่า มันจะเป็นไปได้หรอเวลาแค่นั้นแต่รักกันได้
เป็นไปได้ครับ ความรักเป็นอะไรที่เข้าใจได้ยากนะครับ มันเป็นอะไรที่แอ๊ปแตกเอาซะมากๆ
แต่นิยามหนึ่งของมันเลยก็คือ"รักไม่ต้องการเวลา"คงน่าจะเคยฟังเพลงนาฬิกาของบีพีระพัฒน์
"1นาทีอาจจะพอ พอให้เคยคุ้นกัน หนึ่งชั่วโมง อาจทำให้คนชอบกันและหนึ่งวัน อาจผูกพันจนรักกัน"
เสนอเพลงมาแนวแปลกนะครับ หุหุ(แต่ของหนูนานี่ที่สุดแว้ว >< )
ถ้าจะพูดเเค่ว่ามันเป็นไปได้โดยไม่ได้มีปี่มีขลุ่ยมีหลินฮุ่ยอะไรมายืนยันแล้วมันจะมีใครเชื่อ
จริงๆก็ไม่มีน่ะแหละ หุหุ
แต่ผมก็มีเรื่องเล่านะครับ มันเป็นเรื่องของชายกวนๆคนนึง ซึ่งได้รู้จักกับนิยามบทนี้ของความรัก
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามต่อเอนทรี่หน้านะฮาร์ฟ
บายคร้าบ

Neural
Networks
Future
User Interfaces
The
3D Graphical User Interface